จะมีสักกี่คนที่เข้าใจถึงกาแฟอย่างแท้จริง

จะมีสักกี่คนที่เข้าใจถึงกาแฟอย่างแท้จริง

จะมีสักกี่คนที่เข้าใจถึงกาแฟอย่างแท้จริง

กาแฟ เครื่องดื่มที่มีผู้คนนิยมดื่มกันมากที่สุด
แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจถึงกาแฟอย่างแท้จริง สำหรับบางคนที่รักการดื่มกาแฟ หากเราได้ทำการรู้จักกับกาแฟให้มากขึ้น รสชาติของกาแฟถ้วยนั้นก็คง จะมีค่ามากกว่ากลิ่นหอมและรสที่ดีของมัน

จะมีสักกี่คนที่เข้าใจถึงกาแฟอย่างแท้จริง

กาแฟจะมีค่าทางความรู้สึกอีกมากมาย ที่สำคัญมันยังบอกถึงอารยธรรมชาติต่างๆ จากแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟ แต่ละเมล็ดที่ใช้ชงในถ้วยกาแฟรวมอยู่ด้วย และเมื่อคุณเริ่มศึกษากาแฟอย่างจริงจังแล้ว

จะมีสักกี่คนที่เข้าใจถึงกาแฟอย่างแท้จริง

กาแฟกับสุขภาพ

กาแฟที่คุณดื่ม คุณเคยรู้บ้างไหมว่ามันมีผลต่อสุขภาพของคุณมากน้อยแค่ไหน ทุกอย่างในโลกนี้ มีประโยชน์ และมีโทษกันทั้งนั้น

ผลที่มีต่อถุงน้ำดี
จาก การที่ทำการวิจัยโดยอาสาสมัครชาย 45,000 คน ดื่มกาแฟวันละ สองแก้วต่อวัน จะสามารถลดการเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ถึง 40 เปอร์เซนต์ และถ้าดื่มวันละ สี่แก้วสามารถลดได้ถึง45 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว โดยกาแฟที่ ดื่มเข้าไปนั้นจะเข้าไปป้องกันการตกตระกอนของคลอเรสเตอรอล ลดการดูดชึมของเหลวเพิ่มการไหลของน้ำดีที่กรวยไต ซึ่งทั้งหมดเป็นสาเหตุของการยับยั้งการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี

กาแฟกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
จากการศึกษาพบว่าผู้ ที่ดื่กาแฟวันละ สี่แก้ว จะสามารถลดการเกิดมะเรงลำไส้ใหญ่ได้ถึง 24 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เดิมกาแฟเลย เพราะกาแฟจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ผลิตสารที่มีผลยับยั้งการก่อตัวของเนื้อ เยื่อที่กลายพันธ์จากเซล์ธรรมดากลายไปเป็นเซลล์มะเร็ง และในกาแฟยังสามารถยับยั้งการเติบโต ของจุลินทรีย์ในลำไส้อันเป็นต้นเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งอีกด้วย

อาการปวดศรีษะ
สาร คาเฟอีนมีส่วนสำคัญที่สามารถบรรเทาอาการปวดต่างๆได้ แต่สารคาเฟอีนในกาแฟเพียง อย่างเดียวไม่สามารถที่จะยับยั้งอาการปวดหัวได้ แต่ถ้าคุณรับประทานพร้อมกับยาแก้ปวด ก็จะมีผลช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ผลต่อกระเพาะอาหาร
การ ดื่มกาแฟเข้า ไปจะไปช่วยให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดและน้ำย่อยออกมาในปริมาณที่ มากขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการจุก แน่นท้องเนื่องจากรับประทานมากเกินไป แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะก็ควรระวังการดื่มกาแฟเวลาท้องว่างด้วยเพราะ จะมีผลต่อกระเพาะอาหารโดยตรง อาจทำให้มีอาการมากขึ้น

กาแฟชนิดต่างๆ ที่นิยมดื่มกันมาก

สูตรกาแฟ

เอสเปรสโซ
[Espresso]
เอสเปรสโซเป็นกาแฟพื้นฐานของกาแฟชนิดอื่นๆ ทุกอย่างต้องมาจากเอสเปรสโซทั้งนั้น
เอสเปรสโซประกอบด้วย
กาแฟเข้มข้น 1.5-2.0 ออนซ์
(การดื่มเอสเปรสโซที่ถูกต้อง ต้องดื่มทีเดียวหมด)

คาปูชิโน
[Cappuccino]
คาปูชิโน กาแฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
คาปูชิโนประกอบด้วย
กาแฟเอสเปรสโซ2 ออนซ์
นมร้อน2 ออนซ์
ฟองนม2 ออนซ์
วิธีการชงประกอบด้วย กาแฟเอสเปรสโซ ผสมกับนมร้อน ในปริมาณที่เท่ากัน และโรยหน้าด้วย ฟองนุ่ม เสริฟในถ้วยขนาด แปดออนซ์

ลาเต้
[Latta]
ลาเต้เป็นกาแฟอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม เป็นกาแฟที่ผสมนมร้อนในปริมาณที่เท่าๆกัน ส่วนประกอบของลาเต้
กาแฟเอสเปรสโซ 2 ออนซ์
นมร้อน 3 ออนซ์
เป็นกาแฟของผู้ที่นิยมรสชาติที่ไม่เข้มมากนัก

อเมริกาโน
[Americano]
อเมริกาโนคือกาแฟเอสเปรสโซ ที่เจือจางลงด้วยปริมาฌน้ำโดยเติมปริมาณน้ำร้อนลงในกาแฟเอสเปรสโซให้มีปริมาณเต็มถ้วย

ร้านกาแฟในไทย

ร้าน กาแฟใน ประเทศไทยไม่สามารถ ระบุได้แน่นอนว่าเกิดขึ้นในปีไหน เพราะประเทศไทยมีการจดบันทึกกันน้อยมากในสมัยก่อน แต่ก็มีอยู่บันทึกอันหนึ่งเขียนไว้ว่า ในปีพศ.2460ใน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีชาวอเมริกันชื่อว่า มิสโคล์ ได้มาตั้งร้านอยู่ที่ สี่กั๊กพระยาศรี ซึ่งเปิดขายเฉพาะในวันพฤหัสเท่านั้น ใช้ชื่อร้านว่าRED CROSS Tea Roomหน้า ร้านปีกธงกาชาดเอาไว้ ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยผลกำไรได้ถูกส่งเข้าไปบำรุงกาชาดของฝ่ายสัมพันธมิตร จึงสันนิฐานได้ว่าร้านกาแฟคงจะเริ่มในรัชสมัยของช่วงรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7

ส่วนอีกบันทึก หนึ่งที่มีการเก็บเรื่งราวต่างๆ บอกไว้ว่า ในสมัยรัชการที่ 6 ทรงโปรด ให้สร้างร้านกาแฟขึ้น ที่ถนนศรีอยุธยา ใช้ชื่อร้านกาแฟว่า นรสิงห์ เป็นสถานที่พักผ่อนของชนชั้นสูง มีวงดนตรี มาบรรเลงเพลง แต่ก็อยู่ได้ไม่นานก็ต้องเลิกไป เพราะประชาชนในสมัยนั้น ไม่กล้าที่จะเข้าไปใช้บริการแต่ปัจจุบันร้านกาแฟนรสิงห์ได้กลับมา เปิดดำเนิน การโดยย้ายมาอยู่ในวังพญาไท หลังจากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้มีพ่อค้าชาวจีน เข้ามาค้าขายในประเทศกันมากและได้เปิดร้านกาแฟ ขึ้นมากมาย ร้านที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นมีหลายร้านมาก เช่น ร้านออนล็อก หยุ่น ที่ตั้งอยู่ย่านวังบูรพาหรือ ร้านเอี๊ยแซ ตั้งอยู่ ใกล้ตลาดเก่าเยาวราช ร้านตุงฮู ซึ่งปัจจุบันก็ยังดำเนินการอยู่