อยากให้คนไทยรู้จักการออม ทำไมต้องคิดค่านับเหรียญ

อยากให้คนไทยรู้จักการออม ทำไมต้องคิดค่านับเหรียญ

อยากให้หนูรู้จักออม…ทำไมต้องคิดค่านับเหรียญ

ฝากเหรียญเสียค่านับ?!? นี่หรือสนับสนุนการออม

นี้เป็นประโยคที่เกิดขึ้นบ่อยเมื่อเร็วๆ นี้เมื่อคุณไปฝากเงินโดยการที่นำเงินในกระปุกไปฝาก เพราะ จากนโยบาย ของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยรู้จัก”ออม” โดยเริ่มปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็ก ที่ผู้ใหญ่มักสอนให้เด็กๆ นำเหรียญมาหยอดกระปุกวันรอคอยให้เต็ม

แล้วนำไปฝากธนาคารออมสิน ธนาคารในดวงใจของเด็กๆ แต่กลายเป็นว่าเงินในกระปุกถูกลดทอนลงด้วยการเรียกเก็บค่านับเหรียญร้อยละ บาท ซึ่งน้อยกว่าดอกเบี้ยต่อปีที่ได้รับ คงเป็นเรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึกมิใช่น้อย การเรียกเก็บค่า ธรรมเนียมในการแลกเหรียญหรือนับเหรียญของธนาคารนั้นเรียกได้ว่าเป็นนโยบายที่เอาเปรียญลูกค้ามากกับการที่คิดธรรมเนียมแลกเหรียญ หรือการนำเหรียญไปฝากธนาคาร เพราะแต่ละธนาคารจะเก็บค่าธรรมเนียมทุก 100- 200 บาท คิดง่ายๆๆคือ ถ้าคุณเอาเหรียญบาท 200 บาทไปแลกหรือฝากคุณจะโดนรีดไถ่ไปแล้ว 20 บาทโหดมากยังกับมีคนมาไถ่เงินคุณเลยทีเดียว

อยากให้คนไทยรู้จักการออม ทำไมต้องคิดค่านับเหรียญ

การที่รัฐปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมันเลวร้ายมากสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งต่อไปคุณคงจะต้องหยอดกระปุกเป็นธนบัตรกันแล้ว ส่วนเหรียญคงต้องเก็บไว้ใช้ หรือไม่ก็เก็บไว้ดูเล่น คุณลองคิดดูว่าเหรียญที่หมุนเวียนในประเทศมีเท่าไร ธนาคารจะได้รายได้จากการเก็บธรรมเนียมเท่าไร แล้วยิ่งพ่อค้าแม่ค้าที่มีเหรียญจำนวนมากจะโดนเก็บค่าทำเนียมนี้จากการแลกเหรียญเท่าไร มีอยู่ครั้งหนึ่งผมได้เอาเหรียญที่เก็บสะสมไว้ไปฝากแต่ก็ต้องเจอการเก็บธรรมเนียมนี้ขึ้น ผมเลยไม่ฝากเงินที่เป็นเหรียญ แล้วพนักงานก็แนะนำการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุให้ไปแลกกับแม่ค้าเป็นธนบัตรแล้วค่อยมาฝาก ถ้าไปแลกเหรียญกับแม่ค้าสุดท้ายเหรียญก็จะไปอยู่ไหนละ ผมคิดว่าแค่ธนาคารเก็บค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็มและอื่นๆๆก็มากพอแล้วการเก็บค่าธรรมเนียมแลกเหรียญเป็นอะไรที่คนทั่วไปรับไม่ได้

อย่างไรก็ตามในการสอบถามถึงนโยบายดังกล่าว กับธนาคารออมสิน นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี รองผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีการร้องเรียนเข้ามา และนโยบายของธนาคารก็ไม่ได้มีคำสั่ง หรือกฎระเบียบให้มีการเรียกเก็บเงินค่านับเหรียญดังกล่าว ถือเป็นดุลพินิจของผู้จัดการสาขา

เข้าใจว่าปกติแล้วสาขาส่วนใหญ่ไม่ น่าเรียกเก็บเงินค่านับเหรียญที่ประชาชนนำมาฝากเงินเพราะถือเป็นบริการหลัก ของธนาคารอยู่แล้ว โดยเฉพาะจากเงินฝากจากเด็ก หากมีบางสาขาเรียกเก็บเงินค่านับจริงอาจเป็นแค่บางช่วงเวลา หรือวันที่มีผู้เข้าไปใช้บริการหนาแน่น ซึ่งจะนำไปตรวจสอบข้อมูลดูอีกครั้งหนึ่ง นายวรวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประชาชนนำเงินเหรียญออกมาหมุน เวียนใช้ในระบบเศรษฐกิจ และลดต้นทุนการผลิตเงินเหรียญ ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร เพื่อหาแนวทางดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยอาจให้ถือเป็นนโยบายปฏิบัติทุกสาขา เป็นบรรทัดฐานเดียวกันในการงดเรียกเก็บเงินค่านับเหรียญ หรืออาจแยกบริการรับฝากเงินเหรียญออกจากเคาน์เตอร์ปกติเพื่อบริการลูกค้า กลุ่มนี้โดยเฉพาะ เป็นต้น

ขณะที่น.ส.จารุวรรณ จันทิมาพงษ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการนำเสนอแผนความร่วมมือในการรับฝากเงินจากสถาบันการเงินของ รัฐ ทั้งออมสินและธนาคารกรุงไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับเงินฝากจากประชาชน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการคลัง

นายกุลิศสมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักบริหารเงินตรา กรมธนารักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถาบันการเงินจะคิดค่าธรรมเนียมในการนับเหรียญร้อยละ 1-2 บาท ซึ่งเป็นภาระของผู้ฝาก ทางกรมต้องการที่จะช่วยเหลือด้วยการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง โดยทำหน่วยรับฝากเงินเคลื่อนที่ออกไปรับฝากถึงสถาบันการเงิน หรือตามโรงเรียน วัด หากมีปริมาณเหรียญถึงระดับ 2 แสนบาท ส่วนออมสินกับกรุงไทยนั้น อาจจะเวียนรับแลกเหรียญเดือนละครั้งเพื่อไม่ให้เป็นภาระของธนาคาร

นอก จากนี้จะนำเสนอแผนโดยเปิดให้บริษัทขนส่งเข้ามาทำหน้าที่ขนเหรียญกษาปณ์ไปยัง หน่วยจำหน่ายจ่ายแลกแทนระบบเดิมที่เป็นความร่วมมือระหว่างธนารักษ์และกรม บัญชีกลาง ซึ่งทำให้เหรียญกระจายไม่ทั่วถึง โดยจะคัดเลือกมาจากรัฐวิสาหกิจ คือ เคจีเอส บริษัทลูกของกรุงไทยที่ขนเงินอยู่แล้วหรือบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ขนพัสดุอยู่แล้ว ซึ่งจะเสนอแผนให้ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมช.การคลัง ภายในสัปดาห์หน้า

จากการสำรวจค่าธรรมเนียมในการนับ เหรียญของธนาคารพาณิชย์อื่นๆพบว่า แต่ละธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่แตกต่างกัน โดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จะไม่คิดค่าธรรมเนียมกรณีนำเงินเหรียญเข้าฝากในบัญชีของธนาคารในอัตรา 2,000 บาทแรก ส่วนเกินจากนั้นจะคิดในอัตราร้อยละ 1 ส่วนกรณีที่นำเงินเหรียญไปแลกกับธนาคารโดยไม่เข้าบัญชีของธนาคารจะเริ่มคิด ทันทีในอัตราร้อยละ 1 และกรณีที่นำธนบัตรไปแลกเป็นเหรียญธนาคารจะไม่คิดค่าธรรมเนียมใดๆ

ธนาคาร กรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) คิดค่าธรรมเนียมการนับเหรียญร้อยละ 2 และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการนับเงินเหรียญในจำนวน 500 เหรียญแรก และตั้งแต่ 501 เหรียญจะคิดในอัตราร้อยละ 1 ของมูลค่าเหรียญทั้งหมด ซึ่งจะเป็นอัตราเดียวกันทั้งกรณีนำเงินเข้าฝากในบัญชีของธนาคารและการแลก เป็นธนบัตรกับธนาคาร ส่วนกรณีที่นำธนบัตรมาแลกเป็นเงิน เหรียญจะไม่คิดค่าธรรมเนียม

ด้านธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) หากนำเงินเหรียญมาฝากจะคิดที่พันละสิบบาท หรือในอัตราร้อยละ 1 แต่จะไม่รับแลกเงินในกรณีนำเงินเหรียญมาแลกเป็นธนบัตร ส่วนการนำธนบัตรมาแลกเป็นเงินเหรียญธนาคารจะไม่คิดค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพจะไม่รับเงินเป็นเหรียญสลึงด้วย ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทยจะคิดค่าธรรมเนียมในการนับเหรียญกรณีรับฝากเงินเกิน 2,000 บาท ในอัตราร้อยละ 1 แต่หากต่ำกว่า 2,000 บาท จะไม่คิดค่าธรรมเนียม รวมถึงกรณีนำเหรียญไปแลกเป็นธนบัตรและนำธนบัตรมาแลกเงินเหรียญก็จะไม่คิดค่า ธรรมเนียม เพราะส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีลูกค้ามาแลกที่ธนาคารอยู่แล้ว

อย่าง ไรก็ตามสำหรับผู้ต้องการแลกเหรียญโดยไม่ต้องการเสียค่าบริการสามารถใช้ บริการของเซเว่นอีเลฟเว่นได้ โดยพนักงานประจำร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาสยามสแควร์ซอย 6 กล่าวว่า ร้านเซเว่นฯ เปิดให้ลูกค้าทั่วไปที่ต้องการนำเหรียญบาท หรือเหรียญเศษสตางค์ มาแลกเป็นธนบัตรโดยไม่คิดค่าบริการในการนับแลกเหรียญ เนื่องจากแต่ละวันทางร้านจะต้องใช้เศษเหรียญบาทและเหรียญสตางค์ เพื่อทอนเงินให้ลูกค้าจำนวนมาก

“ในแต่ละวันจะมีลูกค้านำเศษเหรียญ มาแลกหลายราย โดยมีตั้งแต่นำมาแลกเป็นหลักร้อยบาท กระทั่งมาขอแลกเป็นเหรียญสิบ ซึ่งการให้ลูกค้านำเหรียญมาแลกนั้น ยังช่วยให้ร้านไม่ต้องเสียเวลาไปแลกเหรียญที่กองกษาปณ์ ต้องเสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เท่าที่ทราบร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา จะเปิดให้ลูกค้าที่มีเศษเหรียญนำมาแลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง” พนักงานคนเดิม กล่าว

การเสียเงินค่านับเหรียญแค่ร้อยละบาทอาจเป็นเรื่องธรรมดาและ ถูกมองข้ามแต่หากลองคิดให้ลึกๆ ว่า ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่แบงก์คิดให้ลูกค้าอยู่ต่ำกว่านั้น เพียงร้อยละ 0.50-0.75 ขณะที่ต้องใช้ระยะเวลา 1 ปีกว่าได้ดอกเบี้ยดังกล่าว และกว่าเด็กๆ จะเก็บออมเงินให้ได้สักร้อยบาท หรือพันบาท ต้องใช้เวลาอีกเท่าไร แต่เพียงแค่พวกเขาเอาเงินออกจากกระปุกกลับต้องเสียค่านับไปมากกว่าดอกเบี้ย ที่จะได้รับ นี่น่าจะเป็นอีกมุมมองหนึ่งในการพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย