โรตีสายไหม

โรตีสายไหม ขนมขึ้นชื่ออยุธยา แต่ไม่ได้มีมาตั้งแต่อยุธยา

โรตีสายไหม ขนมขึ้นชื่ออยุธยา แต่ไม่ได้มีมาตั้งแต่อยุธยา

หากใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะพบว่ามีร้านขายโรตีสายไหมอยู่จำนวนมาก เลยทำให้เกิดคำถามว่า ขนมชนิดนี้ที่มีชื่อว่า โรตีสายไหม (Rotisaimai) นี้มีมาตั้งแต่สมัยไหน ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ เพราะขนมชนิดเพิ่งถูกคิดค้นในสมัยรัชกาลที่ 9 นี้เอง

โรตีสายไหม

ซึ่งคิดค้นโดย นายบังเปีย แสงอรุณ เป็นผู้นำเข้ามาในจังหวัดอยุธยา นายบังเปียเกิดในครอบครัวที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร คือทำนา มีพี่น้อง 10 คน ชื่อจริงคือ นายซาเล็ม แสงอรุณ เกิดวันพุธ เดือน 12 ปี พ.ศ. 2489 ณ บ้านวงแหวน บางปะอิน คลอง 1 อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยฐานะที่ยากจน เด็กชายซาเล็มจึงตัดสินใจออกจากบ้าน เมื่ออายุได้ 11 ขวบ ไปรับจ้างทั่วไปตามต่างจังหวัด จนกระทั่งไปอาศัยอยู่กับอาที่อำเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ช่วยทำขนมหวาน เช่น โรตีกรอบ โรตีใส่นม แล้วนำไปขายที่บริเวณวัดหลวงพ่ออี๋ ในแต่ละวันเมื่อขายขนมเสร็จแล้ว จะต้องกลับไปเคี่ยวน้ำตาล เพื่อนำไปหยอดที่แป้งกรอบ

มีบางครั้งเคี่ยวน้ำตาลนานไปน้ำตาลจะแข็ง บังเปียจึงทดลองดึงน้ำตาลให้ยืดขึ้น เพื่อให้น้ำตาลอ่อนตัว หยอดที่โรตีกรอบได้ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทำโรตีสายไหม และฝึกหัดดึงน้ำตาลเคี่ยวให้เป็นเส้นไหมอยู่หลายปี จนมีความชำนาญ จึงเรียกได้ว่า ขนมโรตีสายไหม เป็นขนมที่เกิดจากการพัฒนาและคิดค้นจากประสบการณ์ทำโรตีกรอบนั้นเอง

ในปี พ.ศ. 2506 บังเปีย อายุได้ 17 ปี ได้เดินทางกลับไปที่บ้านวงแหวน ฯ แล้วย้ายไปเช่าบ้านอยู่ที่ข้างสุเหร่าวัฒนา อำเภอพระนครศรีอยุธยา ทำโรตีสายไหมใส่กล่องไม้สะพาย ถีบจักรยานคู่ใจ เร่ขายไปทั่ว ในสมัยนั้นคนซื้อจะนำเหรียญสลึงมาหย่อนลงในช่องที่เจาะไว้ เข็มที่หน้าปัดซึ่งมีตัวเลขเขียนไว้จะหมุนไป เมื่อเข็มหยุดที่เลขใดก็จะได้จำนวนชิ้นเท่านั้น เป็นที่สนุกสนานของคนซื้อ ซึ่งวิธีการขายแบบนี้เป็นที่นิยมมากในยุคสมัยหนึ่งด้วยวิธีการนี้ ทำให้ขนมโรตีสายไหมเป็นที่แพร่หลายไปทั่วประเทศไทย

โรตีสายไหม

บังเปียขายอยู่หลายปี กระทั่งในปี พ.ศ 2520 ได้แต่งงานกับนางมั่น เป็นชาวโคราช มีบุตรชาย 3คน และผู้หญิง 2 คน จึงคิดที่จะสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นกว่าที่เป็นอยู่ ต่อมาได้ย้ายไป เช่าบ้านอยู่ในตัวเมืองอยุธยา ริมถนนอู่ทอง เส้นทางไปโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ช่วยกันทำโรตีสายไหมขายเป็นอาชีพของครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลำดับ ไม่ยากแค้นเช่นในวัยเด็ก

โรตีสายไหม

ต่อมามีชาวไทยเชื้อสายจีนชื่อว่า นางนภาพร นันทสุขเกษม ซึ่งขณะนั้นอายุ 13 ปี ได้ไปเรียนการทำเส้นสายไหมและกลับมาทำจนสำเร็จ แต่เนื่องจากไม่มีทุนมากพอที่จะเรียนหลักสูตรการทำแป้งโรตี จึงประยุกต์ใช้แป้งบางที่ชาวจีนเรียกว่าแป้ง เปาะเปี๊ยะ ในการห่อเส้นสายไหมแทน จึงเกิดเป็นโรตีสายไหมแป้งบางอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เรียกในปัจจุบันได้จะแบ่งเป็น 2 แนวทางคือแบบ มุสลิม จะแป้งหนาหอม สายไหมจะเส้นใหญ่หน่อย ส่วนแบบจีนแป้งจะบางคล้ายแป้ง เปาะเปี้ยะ ส่วนสายไหมจะละเอียดคล้ายกับขนมไหมฟ้า ซึ่งแบบแป้งบางเกิดขึ้นที่หลัง โดยเอาองค์ความแบบของจีนโบราณเข้ามาผสมนั้นเอง

บังเปียไม่หยุดนิ่งในฝีมือ หมั่นปรับปรุงรสชาติแป้งโรตีอยู่เสมอให้ถูกใจผู้บริโภค เช่น จากสูตรดั้งเดิม ตัวแป้งมีส่วนประกอบ แป้งสาลี น้ำ เกลือ ก็เพิ่มรสชาติด้วยการใส่นม กะทิ งา และธัญพืช กิจการขยายตัวขึ้นเป็นที่รู้จักของชาวอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ขายได้ 200-300 กิโลกรัม ต่อวัน จึงชักชวนพี่น้อง จำนวน 6 คน ให้มายึดอาชีพทำโรตีสายไหมขาย ทำให้ตระกูลแสงอรุณขยายกิจการกระจายไปทั่วถนนอู่ทอง และขยายวงกว้างไปตามเส้นทางสายเอเชีย ถนนมิตรภาพ ผ่านไปมาจะเห็นร่มกางสีสวยข้างทางพร้อมป้ายปักโรตีสายไหมอยุธยา สร้างรายได้ให้กับครอบครัว ญาติ ไม่หวงวิชาถ่ายทอดด้วยความเต็มใจ จึงมีลูกศิษย์แยกตัวไปประกอบอาชีพนี้มากมาย

ปัจจุบันบังเปียได้รับเชิญไปสอนการทำโรตีสายไหมให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เช่นฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัด ตามห้างสรรพสินค้าที่มีการจัดงานต่าง ๆ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปเปิดงานขนมไทย ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง บังเปีย แสงอรุณ ได้แสดงฝีมือการดึงเส้นสายไหม ถวายพระองค์หญิงทอดพระเนตรการทำอย่างใกล้ชิด พระองค์สนพระทัยอย่างมาก ทรงประทานรางวัลเกียรติคุณแก่ บังเปีย แสงอรุณ ยังความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจในอาชีพนี้ ด้วยวัยย่างเข้า ปีที่ 61 ใบหน้าที่ยิ้มละมัย อารมณ์ดี ไม่ท้อชีวิตมีความสุข ทุกครั้งที่เล่าชีวิตหนหลังให้กับทุกคนได้รับรู้ด้วยความภาคภูมิใจที่ก้าวมายืน ณ จุดนี้ได้ด้วยความมานะบากบั่นของตนเองและให้กำลังใจกับคนที่ท้อแท้ในชีวิตให้ลุกขึ้นสู้ชีวิตต่อไป ในช่วง 40 ปี ที่ผ่านมา

หากใครได้ไปเที่ยว จ.อยุธยาก็สามารถเลือกซื้อโรตีสายไหมได้ 2 แบบคือ แบบมุสลิมกับแบบจีน ซึ่งส่วนใหญ่จะขายกันอยู่ที่ ถ.อู่ทอง หน้าโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา

ขอขอบคุณรูปภาพและอ้างอิง

rotisayhimrotisaimai11

wikipedia