Warren Buffett เคยขอซื้อหุ้น Uber ด้วยเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ แต่ตกลงกันไม่ได้

Warren Buffett เคยขอซื้อหุ้น Uber ด้วยเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ แต่ตกลงกันไม่ได้

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า คุณปู่นักลงทุน Warren Buffett เคยยื่นข้อเสนอเป็นเงินทุนให้ Uber คิดเป็นเงินมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยข้อเสนอของ Berkshire hathaway ภายใต้การนำของปู่ Warren Buffett จะครอบคลุมหนี้ที่มีอยู่ของ Uber และจะพิจารณาครอบคุมถึงหนี้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ภายใต้เงื่อนไข หาก Uber ยังสามารถเติบโตได้ และเงินทุนนี้จะต้องแปลงสภาพสิทธิ์เป็นหุ้นได้

Warren Buffett เคยขอซื้อหุ้น Uber ด้วยเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ แต่ตกลงกันไม่ได้

แหล่งข่าวบอกว่าปัญหาของดีลดังกล่าว เกิดจาก Buffett ต้องการหุ้นแปลงสภาพเป็นจำนวนมาก ซึ่งคล้ายกับดีลตอนซื้อหุ้นธนาคาร Goldman Sachs ช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 ทำให้ซีอีโอ Dara Khosrowshahi พยายามต่อรองขอลดขนาดเงินทุนรวมลงเหลือ 2 พันล้านดอลลาร์ สองฝ่ายเจรจากันไม่ลงตัว ดีลจึงล้มไปในที่สุด

Warren Buffett เคยขอซื้อหุ้น Uber ด้วยเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ แต่ตกลงกันไม่ได้

Buffett ยืนยันข่าวดังกล่าว โดยบอกว่ามีการเจรจาขอซื้อหุ้น Uber จริง แต่บอกว่าตัวเลขที่รายงานออกมานั้นไม่ถูกต้องบางส่วน

ตามสไตล์ของ Buffett ที่เขี้ยวลากดินเมื่อเจอกิจการที่ยังดีแต่มีปัญหาหนี้สิน ปู่มักจะกดราคาหรือสร้างเงื่อนไขให้อีกฝ่ายเหมือนโดนเอาเปรียบ แต่สิ่งหนึ่งที่ Buffett ไม่เคยทำหลังจากเข้า take over หรือถือหุ้นในกิจการคือการไม่ก้าวก่ายการดำเนินงานของผู้บริษัทเลย ซึ่งธุรกิจ startup มันจะเกิดการก้าวก่ายของผู้ถือหุ้นทำให้แนวคิดพัฒนาถูกบีบบังคับ และนี้เป็นอีกข่าวที่ทำให้เห็นว่า  Berkshire hathaway เริ่มมองหากิจการที่เป็น startup ที่มีขนาดใหญ่ หลังจากที่ไม่เห็นข่าวว่าจะสนใจกิจการ startup ใดมาก่อนเลย

Uber อาจมีรูปแบบการทำธุรกิจที่ใช้เงินกับการตลาดค่อนข้างมาก แต่ถึงอย่างนั้นบริษัทก็ยังมีเงินสดเหลือในมือ ณ ไตรมาส 1/2018 อยู่ถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์ และได้เงินเพิ่มทุนล่าสุดจาก SoftBank 1.25 พันล้านดอลลาร์ ก็น่าจะเป็นเหตุผลว่า Uber ไม่จำเป็นต้องรับข้อเสนอจาก Warren Buffett นั่นเอง

Warren Buffett เคยขอซื้อหุ้น Uber ด้วยเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ แต่ตกลงกันไม่ได้

คงต้องติดตามข่าว Uber ต่อไปว่าภายใต้การนำของ Khosrowshahi ที่เคยให้คำมั่นว่าจะนำพา Uber กลับมาแล้วผลัดใบใหม่อีกครั้ง

ที่มา: Bloomberg

ภาพประกอบ

forbes.com

fortune.com